วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2550

งานกลุ่มในหัวข้อ " ความหมายของสุนทรียศาสตร์ "

ความหมายของสุนทรียศาสตร์
สุนทรียศาสตร์ เพิ่งได้รับความนิยมหลังจากที่มีการทบทวนเนื้อหาวิชา และขอบข่ายของการศึกษาตามแนวของวิทยาศาสตร์ เมื่อต้นศตวรรษที่ 18 โดยนักปรัชญาเยอรมันชื่อ อะเล็กซานเดอร์ บวมการ์เตน (Alexander Baumgaten. 1718 – 162) เลือกคำในภาษากรีกคือคำว่า Aisthesis หมายถึงการรับรู้ตามความรู้สึก (Sense Perception) มาใช้เป็นชื่อวิชาเกี่ยวกับทฤษฎีแห่งความงาม ซึ่งตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า Aesthetics หรือ Estheticsและในภาษาไทยใช้คำว่า สุนทรียศาสตร์ ซึ่งหมายถึง วิชาที่ศึกษาเกี่ยวการรับรู้ หรือศาสตร์ของการรับรู้ (The Science of Perception)
นอกจากนี้ สุนทรียศาสตร์ ยังหมายถึง
1. วิชาที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ของการรับรู้ และเกี่ยวข้องดับความหมาย
2. วิชาที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์และคุณลักษณะของความงาม คุณค่าของความงามและรสนิยมอย่างมีหลักการ
3. วิชาที่ส่งเสริมให้สอบสวน และแสวงหาหลักเกณฑ์ของความงามสากลในลักษณะของรูปธรรมที่เห็นได้ รู้สึกได้ รับรู้ได้ เพื่อชื่นชมได้
4. วิชาที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ตรงของบุคคลสร้างพฤติกรรมตามความพอใจ โดยไม่หวังผลตอบแทนในทางปฏิบัติ เป็นความรู้สึกพอใจตามที่เลือกด้วยตนเองและสามารถเผื่อแผ่เสนอแนะผู้อื่นให้มีอารมณ์ร่วมรู้สึกได้ด้วย
5. วิชาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพฤติกรรมตอบสนองของมนุษย์จากสิ่งเร้าภายนอกตามเงื่อนไขของสถานการณ์ เรื่องราวความเชื่อ และผลงานที่มนุษย์สร้าง
ประสบการณ์สุนทรียะ......
ประสบการณ์สุนทรียะต่างกับประสบการณ์อื่น ๆ ตรงที่เราจัดหาให้ตัวเราเอง เลือกเองไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เมื่อเกิดขึ้นแก่เราแล้ว ทำให้เราเพลิดเพลิน พึงพอใจ เกิดความอิ่มเอิบใจ ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน เช่น การเดินเล่น การชมนิทรรศการ ดูภาพยนตร์ ชมภูมิประเทศ สัมผัสธรรมชาติ ชมการประกวดกล้วยไม้
การอ่านนวนิยาย การฟังเพลง ชมการแสดงต่าง ๆ ฯลฯ ประสบการณ์สุนทรียะเหล่านี้ เรามีความ
เต็มใจที่จะได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่สังคมจัดขึ้น หรือเราเลือกกิจกรรมนี้สำหรับตัวเราเอง กล่าวได้ว่า เป็นประกบการณ์ที่
บังคับกันไม่ได้ เกิดจากความต้องการหรือความอยากของเราเอง
ประสบการณ์สุนทรียะที่เราเลือกหาให้แก่ตัวเราเอง มักอดไม่ได้ที่จะเผื่อแผ่ผู้อื่นที่มีความสนใจคล้าย ๆ กับเรา เพื่อให้เขาได้ร่วมรู้สึกเบิกบานยินดี และมีความสุขด้วย สอดคล้องกับความจริงที่ว่า เมื่อรับอะไรเข้าไปแล้ว ก็จะพยายามถ่ายทอดออกมาเพื่อ
รักษาให้อยู่ในสภาพสมดุล

ไม่มีความคิดเห็น: